Code
วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556
7.Port Mouse
เมาส์ในปัจจุบันจะมีขั่วต่อหลายแบบ คือแบบพอร์ตอนุกรม (Serial Port) ซึ่งเป็นมาตรฐานแรกเริ่มพอร์ต PS/2 มาตรฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน และพอร์ต USB มาตรฐานใหม่ทีมีอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ๆ
5.วิวัฒนาการ Port USB
พอร์ตยูเอสบี
เป็นพอร์ตแบบใหม่ล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับพีซีคอมพิวเตอร์
ให้สามารถรับส่งข้อมูลให้รวดเร็วขึ้น สามารถต่ออุปกรณ์ได้มากถึง 127 ชิ้น
เพราะมีแบนด์วิดธ์ในการรับส่งข้อมูลสูงกว่า
พอร์ตแบบนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับระบบปลั๊กแอนด์เพลย์บนวินโดวส์ 98 ปัจจุบัน มีฮาร์ดแวร์จำนวนมากที่สนับสนุนการเชื่อมต่อแบบนี้ เช่น
กล้องดิจิตอล เมาส์ คีย์บอร์ด จอยสติ๊ก สแกนเนอร์ ซีดีอาร์ดับบลิว เป็นต้น
สำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ๆ
จะมีพอร์ตแบบนี้จะมีพอร์ตแบบนี้อยู่ในเครื่องเรียบร้อยแล้ว
คอมพิวเตอร์ปกติจะมี 2 USB Port ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าที่ไม่มี USB
สามารถหาซื้อการ์ด USB มาติดตั้งได้ เป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ สูงประมา 3-5
มิลลิเมตร ยาวประมาณ 1-2 เซ็นติเมตร พอร์ตชนิดใหม่รับส่งความเร็วได้สูงกว่า port ทั่ว ๆ ไป
สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อเนื่องได้ 127 ตัว เป็นมาตราฐานใหม่ที่มีมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ การติดตั้ง เพียงต่ออุปกรณ์เข้ากับ USB port ก็สามารถใช้งานอุปกรณ์นั้นๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้อง boot เครื่องใหม่
สรุป พอร์ตยูเอสบี ถูกออกแบบมาให้ใช้กับพีซีคอมพิวเตอร์ ให้สามารถรับส่งข้อมูลให้รวดเร็วขึ้น
4.Port Output
การกำหนดให้มีลักษณะเป็นพอร์ตเอาต์พุต
เราสามารถจะส่งข้อมูลที่เป็นลอจิกที่ต้องการออกไปได้โดยตรง
เช่นถ้าเราต้องการส่งข้อมูลที่เป็นสถานะลอจิก "0" ออกไปทางพอร์ต P1 ทั้ง 8 บิต ก็สามารถที่จะเขียนโดยใช้คำสั่ง MOV
P1,#00H จะทำให้เอาต์พุตของวงจรแลตซ์เป็นสถานะลอจิก "0"
ซึ่งจะส่งต่อไปให้กับวงจรกลับสัญญาณทำให้มีสถานะลอจิกเป็น "1"
แล้วจึงส่งต่อไปขับเฟต(FET) ให้ทำงาน
ส่งผลให้ตำแหน่งของพอร์ตที่กำหนดให้ทำงานจะเป็นสถานะลอจิก "0" ในทำนองเดียวกันถ้าหากเราต้องการจะส่งข้อมูลลอจิก "1" ออกไป ก็สามารถเขียนข้อมูล "1" ไปยังวงจรแลตซ์
วงจรขับก็จะหยุดการทำงานเป็นผลทำให้ที่ขาของพอร์ตเชื่อมต่อกับวงจรพูลอัปภายในเกิดเป็นสถานะลอจิก
"1" ที่ขาพอร์ตนั้น
ซึ่งจะคล้ายกับการกำหนดให้เป็นขาอินพุต
เพียงแต่แตกต่างกันที่กระบวนการในการเคลื่อนย้ายข้อมูล โดยถ้าเป็นอินพุต
จะมีสัญญาณมาอ่านข้อมูลที่บัฟเฟอร์ แต่ถ้าเป็นเอาต์พุตจะไม่มีการอ่านข้อมูลที่บัฟเฟอร์แต่อย่างใด
เว้นแต่ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลที่ส่งออกมาทางเอาต์พุตเท่านั้น
สรุป เป็นช่องสำหรับถ่ายข้อมูลออกไปยังเครื่องแสดงผลลัพธ์
3.Port Input
การกำหนดให้พอร์ตหรือบิตใดๆ
ของไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นพอร์ตอินพุต หรือส่วนในการรับค่าของข้อมูลเข้ามา จะเริ่มต้นด้วยการเขียนข้อมูลให้กับพอร์ตหรือบิตนั้นๆ
เป็นสถานะลอจิก "1" แล้วจึงส่งไปแต่ละบิตของพอร์ตที่ต้องการใช้งาน
เพื่อให้เป็นพอร์ตอินพุต เช่นใช้คำสั่ง MOV P3, #0FFH หรือคำสั่ง
SETB P1.5 จะทำให้วงจรส่วนของการคงสภาวะข้อมูล
หรือวงจรแลตซ์(Latch)* ซึ่งสร้างมาจากวงจร ดี ฟลิป-ฟลอป (D
flip-flop) จะให้เอาต์พุต Q มีสถานะลอจิกเป็น
"1" แล้วจะผ่านไปที่วงจรกลับสัญญาณ (Inverter)
เพื่อให้หยุดการทำงานของเฟต (FET)* ซึ่งจะทำให้ขาสัญญาณของพอร์ตถูกเชื่อมต่อเข้ากับวงจรพูลอัป
* ที่เป็นตัวต้านทานภายใน (Internal Pull up) โดยตรง
ส่งผลให้ขาพอร์ตนั้นมีสถานะลอจิกเป็น "1" และสามารถจะรับสัญญาณที่เป็นลอจิก
"0" จากอุปกรณ์ภายนอกได้
ข้อมูลจากอุปกรณ์ภายนอกที่ต่ออยู่ก็จะถูกส่งเข้ามาเก็บไว้ในวงจรบัฟเฟอร์ภายในพอร์ต
เพื่อรอให้ซีพียูมาทำการอ่านค่าเข้าไป
ดังนั้นอุปกรณ์ภายนอกที่เราจะนำมาเชื่อมต่อกับพอร์ตอินพุต
จึงนิยมกำหนดให้ทำงานในสภาวะลอจิก "0"
แสดงการกำหนดเป็นพอร์ตอินพุตโดยให้สถานะเป็น "1" ตำแหน่งบิตที่ต้องการ
สรุป เป็นช่องสำหรับรับข้อมูลเพื่อนำข้อมูลเข้าไปยังเครื่องนำข้อมูลเข้า
2.Control Port
Control port หรือ สายสัญญาณควบคุม แบ่งเป็นได้ทั้ง Input และ Output การใช้งาน Port นี้ต้องมีการกำหนด Address ของ Port ให้ชัดเจนว่าต้องการติดต่อผ่าน Address ไหน ถ้ากำหนดแอดเดรสผิด Program ก็จะไม่ทำงาน
ที่มา : www.tatc.ac.th/files/09011219194805_1205180990152.pdf )
ที่มา : www.tatc.ac.th/files/09011219194805_1205180990152.pdf )
1.โครงสร้าง Port
การที่จะให้ไมโครคอนโทรลเลอร์ติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้
เช่นการรับข้อมูลจากอุปกรณ์ภายนอก (INPUT)หรือการส่งข้อมูลให้กับอุปกรณ์ภายนอก (OUTPUT) ก็จะต้องติดต่อผ่านพอร์ต
(PORT) หรืออาจกล่าวได้ว่าพอร์ตคือช่องทางสำหรับการโอนย้ายข้อมูลระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์กับอุปกรณ์ภายนอกนั้นเอง
แสดงโครงสร้างภายในของพอร์ต
สรุป
พอร์ตคือช่องทางสำหรับการโอนย้ายข้อมูลระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์กับอุปกรณ์ภายนอก
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)